เครื่องสำรองไฟคืออะไร

หากคุณใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบสายส่งและพบว่าบางครั้งระบบมีปัญหาการจ่ายไฟ
อย่างเช่นไม่มีการจ่ายไฟฟ้าประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงหรือบางครั้งมากกว่า
นั้น
ในกรณีดังกล่าวคุณจำเป็นต้องมีระบบสำรองไฟฟ้า

ระบบสำรองไฟมี 2 แบบ

1.   เครื่องปั่นไฟกระแสสลับที่ใช้เชื้อเพลิง (ดีเซล หรือแก็ส)
2.   แบตเตอรี่พร้อมเครื่องคอมบายเนอร์
(เป็นการรวมกันของเครื่องควบคุมการประจุ ไฟฟ้ากระแสตรงและเครื่องแปลงไฟฟ้ากระแสสลับ)

พลังงานที่ใช้กับเครื่องปั่นไฟมาจากเชื้อเพลิงที่ใช้
(น้ำมัน โพรเพล ก๊าซธรรมชาติ หรือดีเซล) คุณจะต้องเก็บกักเชื้อเพลิง
ไว้เพื่อใช้กับเครื่องปั่นไฟในเวลาที่ไม่มีการจ่ายไฟฟ้าจากระบบสายส่ง
ทั้งนี้โพรเพลเป็นเชื้อเพลิงที่สะดวกต่อการจัดเก็บที่สุด เมื่อติดเครื่องปั่น
ไฟคุณสามารถใช้งานเครื่องได้เติมกำลัง 100%
ไม่ว่าคุณต้องการเต็มกำลังหรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าหากเชื้อเพลิงหมดลงก็
ไม่สามารถใช้งานเครื่องปั่นไฟต่อได้

เครื่องปั่นไฟเหมาะสำหรับใช้กับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่
ต้องมีการดูแลรักษาเครื่อง
หากขาดการดูแลรักษาที่ดี
เครื่องปั่นไฟอาจมีปัญหาสตาร์ทไม่ติดเมื่อต้องใช้งาน เครื่องปั่น
ไฟขนาดเล็กพกพาได้ง่ายแต่เครื่องขนาดใหญ่จะมีปัญหาการติดตั้ง
และการเคลื่อนย้าย เครื่องปั่นไฟต้องใช้เชื้อเพลิง  มีเชื้อเพลิงเท่า
ไหร่ก็ใช้เครื่องปั่นไฟได้เท่านั้น ส่วนเครื่องปั่น
ไฟขนาดเล็กก็ใช้เชื้อเพลิงเท่ากับที่รถยนต์ของคุณใช้ในหนึ่งวัน

แบตเตอรี่พร้อมเครื่องคอมบายเนอร์ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ 
การประจุไฟฟ้าก็สามารถทำได้หลายวิธี ระบบสำรอง
ไฟส่วนมากจะประจุไฟฟ้าจากระบบสายส่งให้เต็มอยู่ตลอดเวลา
และจะประจุอีกเมื่อได้รับไฟฟ้าจากระบบสายส่ง คุณสามารถใช้เครื่องปั่นไฟหรือ
ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ประจุไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ได้

เครื่องคอมบายเนอร์ถือเป็นตัวจัดการระบบสำรองไฟ ซึ่งมี 2 หน้าที่คือ

  • ป้องกันการประจุไฟฟ้าเกินพิกัด(เครื่องควบคุมการประจุไฟฟ้า)
  • แปลงไฟกระแสตรง (แบตเตอรี่) เป็นไฟกระแสสลับ (โหลด)

แบตเตอรี่จะให้พลังงานไฟฟ้าเท่าที่ต้องการในขณะนั้นๆ ระยะเวลาการทำงานของระบบจะสอด
คล้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการใช้(โหลด)โดยตรง ตัวอย่างเช่น หากคุณแน่ใจว่าในเวลาที่
ไม่มีการจ่ายไฟฟ้าจากระบบสายส่ง แบตเตอรี่มีพลังไฟเพียงพอคุณสามารถ
ใช้งานกับโหลดที่จำเป็นให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในขณะเดียวกันหากคุณทราบว่าแบตเตอรี่มีพลัง
ไฟไม่เพียงพอคุณสามารถใช้พลังงาน
ไฟฟ้าที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ให้หมดและให้ประจุไฟฟ้าใหม่เมื่อมีไฟฟ้าจากระบบสายส่งอีกครั้ง

โดยทั่วไปแล้วแบตเตอรี่เหมาะที่จะใช้กับโหลดน้อยๆ เช่นเครื่องใช้ในบ้านหรือที่ทำงาน
(ไม่รวมเครื่องปรับอากาศ) แบตเตอรี่มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กที่สุดเพื่อใช้งานกับหลอด
ไฟส่องสว่างและเครื่องรับวิทยุ จนถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านขนาดใหญ่ขึ้น หากคุณใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟน้อยอย่างเช่นตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งที่ใช้ไฟกระแสตรง
ระบบสำรองไฟโดยใช้แบตเตอรี่เป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานของคุณ

แบตเตอรี่พร้อมเครื่องคอมบายเนอร์สามารถเคลื่อนย้ายและติดตั้งได้ตามต้องการ ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง
ไม่ต้องการการดูแลรักษา และไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

เครื่องใช้ไฟฟ้าบางระบบต้องใช้เครื่องปั่นไฟเท่านั้น บางระบบก็ต้องใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และระบบอื่นๆ
อาจใช้เครื่องปั่นไฟหรือแบตเตอรี่ก็ได้ ในขณะเดียวกันการประจุไฟฟ้าก็สามารถทำได้หลายวิธี
และหลายแหล่งพลังงานรวมทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีใช้อยู่ตลอดปีด้วย

แต่ระบบใดมีราคาย่อมเยากว่ากัน

หากใช้เครื่องปั่นไฟการลงทุนจะไม่สูงแต่ว่าค่าใช้จ่ายจะมากกว่าในเรื่องเชื้อเพลิง
การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและการดูแลรักษา ในขณะที่ระบบสำรองไฟแบตเตอรี่ลงทุนสูงแต่
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งพูดง่ายๆก็คือยิ่งต้องการใช้ระบบสำรองไฟมากเท่าไหร่ก็ยิ่งประหยัดค่า
ใช้จ่ายมากเท่านั้น ลองตอบคำถามเหล่านี้ดูว่าคุณจะเลือกใช้ระบบสำรองไฟแบบใดเพื่อให้เหมาะกับการ
ใช้งานของคุณ

  • ต้องการใช้ไฟฟ้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรบ้างเวลาที่ไม่มีการจ่ายไฟฟ้าจากระบบสายส่ง
  • ต้องการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้นานแค่ไหน

จากนั้นให้เราแนะนำว่าคุณควรจะใช้ระบบสำรองไฟแบบไหน

เราสามารถแนะนำผู้จำหน่ายเครื่องปั่นไฟดีเซลที่กินไฟน้อยทำงานเงียบไม่มีเสียงดังรบกวนให้ได้
แต่เนื่องจากว่าเราสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดเราจึงนำเสนอเฉพาะแบตเตอรี่พร้อมเครื่องคอมบายเนอร
์ที่มีประสิทธิภาพสูงในหัวข้อผลิตภัณฑ์ของเรา